อ่าน 1050 ครั้ง
โรคกระดูกพรุน
content/97.jpg
 

โรคกระดูกพรุน  (Osteoporosis) คืออะไร?     

  โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับกระดูกโดยที่ความหนาแน่นของมวลกระดูกค่อย ๆ ลดลง  เกิดภาวะสูญเสียเนื้อกระดูก ส่งผลให้กระดูกบางไม่หนาแน่นทำให้กระดูกหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อมือ และกระดูกต้นแขนบริเวณหัวไหล่ โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงภัยร้ายของมัน จึงทำให้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “มฤตยูเงียบ” 

   กระดูกเมื่อบางลงเรื่อย ๆ จะถึงจุดแตกหัก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้ตัวเองว่าเป็นโรคกระดูกพรุนก็เมื่อเกิดอาการกระดูกหักง่ายผิดปกติ  จากรายงานของ องค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าโรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับสองรองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด จากรายงานโรคกระดูกพรุนจะเกิดได้ใน 1-3 ของผู้หญิงช่วงอายุ 60 ถึง 70 ปี และ 2 ใน 3 ที่อายุมากกว่า 80 ปี ผลเสียที่ตามมาของโรคนี้ก็คือ ทำให้คนไข้ที่กระดูกหักเคลื่อนไหวไม่ได้ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา มีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงต่าง ๆ ตามมาอีกมาก เช่น โรคเรื้อรังของระบบหายใจ แผลกดทับ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อและอาจเสียชีวิตได้

 

สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้แก่

   การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ดื่มชา กาแฟมากจนเกินไป กินอาหารรสเค็มจัด กินเนื้อหรืออาหารจำพวกโปรตีนมากเกินไป นอกจากนี้ยังเกิดจากภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิงอีกด้วย เนื่องจากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยทำให้แคลเซียมมาจับที่เนื้อกระดูก กระดูกจึงบางลงมากภายหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 5 -10 ปี และทำให้ผู้หญิงที่วัยเกินห้าสิบส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับโรคกระดูกพรุน

 

การวินิจฉัยโรค

  การวินิจฉัยโรคนี้จะทำโดยใช้เครื่องมือวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกเท่านั้น เครื่องเอ็กซ์เรย์ธรรมดาทั่ว ๆ ไป ไม่สามารถวัดหาปริมาณความหนาแน่นของมวลกระดูกได้ และถ้าพบลักษณะกระดูกพรุนจากการเอ็กซ์เรย์กระดูก ต้องรู้ว่าในขณะนั้นกระดูกได้พรุนไปแล้วหนึ่งส่วนสามของกระดูกปกติ

   

ใครบ้างมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน

      * สตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือย่างเข้าสู่ช่วงวัยทองไปแล้ว เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงสูงสุด

      * ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ก็มีผลอย่างยิ่ง ต่อการเกิดโรคนี้เพราะเราพบว่าคนที่อยู่ในครอบครัวที่เคยมีประวัติเป็นโรคกระดูกพรุนมาก่อน มักมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้มากกว่า

      * คนผอมมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนอ้วน คนที่มีภาวะทุโภชนาการ เช่น กินอาหารไม่ครบสัดส่วน ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่า

      * คนที่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสที่จะเกิดกระดูกสะโพกหักมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่

      * คนเชื้อชาติเอเชียก็มีโอกาสมากกว่าคนเชื้อชาติแอฟริกัน

 

การรักษา

  ปัจจุบันยังไม่มีหนทางในการรักษาโรคนี้ วิธีการรักษาในปัจจุบันมีผลเพียงแค่หยุดยั้งการสูญเสียมวลกระดูก และรักษาอาการกระดูกหักเท่านั้น วิธีการรักษาที่มีอยู่ก็คือการใช้ยาเช่น แคลเซียม การให้ฮอร์โมนทดแทน และการให้วิตามินดีเป็นต้น

 

การป้องกันโรคกระดูกพรุน

      วิธีที่ดีสุด ก็คือ การเร่งสร้างและสะสมมวลกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก ให้คำแนะนำการกินอาหารให้ครบหมู่และปริมาณเหมาะสมโดยเฉพาะผักใบเขียว ให้กินแคลเซี่ยมและวิตามินดี นมเป็นสารอาหารที่ให้แคลเซี่ยมดีที่สุด เด็กควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว (500 ซีซี) จนถึงวัยหนุ่มสาว เพื่อเพิ่มมวลกระดูกให้สะสมให้มาก ควรออกกำลังกายเพียงพอและสม่ำเสมอ หยุดสูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และแสวงหาคำแนะนำเพิ่มเติมในการป้องกันจากแพทย์

 

วิธีเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

1 เสริมสร้างแคลเซียมด้วยนมและ อาหาร

2 ออกกำลังกายเป็นประจำ และบริหารฝึกการทรงตัว

3 ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงให้ไกลจากควันบุหรี่ด้วย

4 ไม่ดื่มชา กาแฟ หรือ น้ำอัดลม หากเลิกไม่ได้ให้ดื่มแต่เพียงเล็กน้อย

4 ออกไปรับแสงแดดอ่อนบ้างในช่วงเวลาเช้า ก่อน 9.00 น และช่วงเวลาเย็น หลัง 16.00 น เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดี จากแสงแดด

5 ดูแลเรื่องอาหาร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียม และโบรอนสูง เช่น เต้าหู้ ปลากรอบ กะปิ กุ้งแห้ง ส่วนโบรอนจะพบมากในผลไม้ เช่น แอปเปิล องุ่น ถั่วต่าง ๆ ได้แก่ ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง และถั่วลิสงเป็นต้น

 

yes เรียบเรียงโดย รักสุขภาพดอทคอม Raksukkapap.com

อ้างอิงและภาพประกอบจาก : มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 







Create your own banner at mybannermaker.com!








รักสุขภาพ : ข่าวสุขภาพ#บทความสุขภาพ#โรคน่ารู้#ลดความอ้วน#ลดน้ำหนัก#รักษาสิว#รักษาฝ้า#เบาหวาน#ความดัน#อาหารเสริม#ผิวขาว#กลูตาไธโอน#กาแฟลดน้ำหนัก#