อ่าน 1987 ครั้ง
โรคผิวหนังที่มากับฤดูร้อน
content/80.jpg
 

           เมื่อพูดถึงหน้าร้อนสิ่งแรกที่เรานึกถึงคงเป็นแสงแดดที่แผดจ้าถัดจากนั้นคงเป็น “เหงื่อ” ซึ่งพอนึกแล้วก็รู้สึกถึงความไม่สบายตัวได้ทันที ที่จริงแล้วเหงื่อนั้นมีประโยชน์ เพราะเป็นทางระบายความร้อนที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เวลาที่เราเป็นไข้ พอเหงื่อออกอุณหภูมิลดลงร่างกายก็รู้สึกสบายขึ้นแต่หากเหงื่อเราไม่ออกก็อาจถึงตายได้ เช่นผู้ที่อยู่ในเมืองหนาวเมื่อเจอกับคลื่นความร้อนที่มาแบบกะทันหัน ร่างกายเกิดการปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ทำให้เหงื่อออกไม่ทันก็เลยเสียชีวิตเอาได้ง่ายๆ เมื่อเหงื่อออกมาก ๆ เราจะรู้สึกเพลียเนื่องจากการสูญเสีย “เกลือแร่” เพราะในเหงื่อของคนเรานั้นมีเกลือแร่ปะปนอยู่ ซึ่งหากเราสูญเสียเหงื่อมากเกินไปจะทำให้เกลือแร่ถูกขับออกจากผิวหนัง ทำให้สูญเสียเกลือแร่จำนวนมากจนบางครั้งร่างกายรับไม่ไหวและก่อให้เกิดอาการเพลีย ซึ่งสามารถชดเชยได้ด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่เมื่อเหงื่อออกมากจนเกินไป

 

              นอกจากนี้หลาย ๆ ท่านเมื่อมีเหงื่อออกมาก ๆ ก็อาจจะหมักหมมกลายเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์หรือ “กลิ่นตัว” ได้ กลิ่นตัวเกิดจากการที่แบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของคนเราเปลี่ยนสารบางอย่างในเหงื่อทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางบริเวณเช่น รักแร้และในร่มผ้าที่มีต่อมเหงื่อชนิดพิเศษนั้น ก็จะยิ่งมีกลิ่นได้มากกว่าบริเวณอื่นๆ สาเหตุหลักก็มาจากแบคทีเรียที่ว่านั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าไปพบแพทย์ก็อาจจะได้ยาฆ่าเชื้อมาทาหรือได้รับคำแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีสารบางอย่างที่มีตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้กลิ่นตัวก็จะลดลง อีกส่วนที่ทำให้มีกลิ่นได้คืออาหารที่รับประทานเข้าไป เช่น กระเทียม นอกจากนี้ความชื้นจากเหงื่อโดยเฉพาะบริเวณที่อับชื้นบนร่างกายเรา เช่น รักแร้ ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า ยังเป็นที่ชื่นชอบของเชื้อโรคหากไม่รักษาความสะอาดให้ดีอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ ซึ่งบางครั้งทำให้มีอาการแปลกๆ เช่น ที่ฝ่าเท้ามีรูพรุนเล็กๆ (pitted keratolysis) ซึ่งผู้ที่เป็นมักมีกลิ่นเท้ามากกว่าคนทั่วไป หรือคนที่เป็น erythrasma บริเวณรักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้วเท้า ก็จะมีผื่นแดงแห้ง ๆ ออกน้ำตาล ในบริเวณดังกล่าวได้

 

              กลาก เกลื้อน เป็นอีกโรคหนึ่งที่เกิดเมื่อมีเหงื่อ กลากและเกลื้อนเกิดจากเชื้อราคนละประเภทกัน กลากนั้นชอบความชื้น ความแฉะ ความอับ ที่ไหนก็ตามที่มีความอับชื้นพอเหมาะ ราก็จะเจริญเติบโตทันที เพราะฉะนั้นก็เลยพบบ่อยแถวๆ ขาหนีบและฝ่าเท้ารวมทั้งซอกนิ้วเท้า ที่จริงเป็นได้ทั่วตัวตั้งแต่ศีรษะที่เรียกว่า “ชันนะตุ” ขาหนีบ ที่เรียกว่า “สังคัง” จนถึงเท้าที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุตหรือเท้านักกีฬา (athlete’s foot)  ผื่นกลากส่วนมากจะคัน ทำให้ผู้ที่เป็นรู้ตัวว่ามีผื่นอยู่ ผื่นนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีลักษณะเป็น “วงแหวน” ฝรั่งจึงเรียกว่า “ring worm” ยกเว้นในบางบริเวณ เช่น หนังศีรษะ ฝ่าเท้า ซึ่งอาจไม่มีลักษณะวงแหวนได้
       
               ส่วนเชื้อเกลื้อนนั้น ชอบความมัน เหงื่อ และความร้อนและไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากภายนอก แต่เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่บนผิวหนังคนตามปกติ หากร่างกายไม่อ่อนแอหรือสกปรกมากจนเกินไปก็ไม่ก่อให้เกิดโรค แต่หากไม่รักษาความสะอาดและมีเหงื่อออกมากขึ้นผิวมันมากขึ้น ก็อาจเกิดการกำเริบของเชื้อราก็ ทำให้เกิดผื่นเป็นดวงๆ ขึ้นบนผิวหนัง ส่วนมากเป็นที่หน้าอกและหลัง เกลื้อนนั้นในแง่อาการจะต่างจากกลาก เพราะมักจะไม่มีอาการ ไม่คัน ไม่แสบ แต่เห็นเป็นดวง ๆ จุดๆ มีได้หลายสีตั้งแต่ขาว ชมพู น้ำตาล ม่วง เทา แต่ส่วนมากมักมีสีเดียวในแต่ละคน และในคนไทยจะพบสีขาวบ่อยที่สุดทำให้ได้ชื่อว่า เกลื้อนดอกหมาก


       
                 เมื่อเหงื่ออกมากก็อาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบได้ ในเด็กที่มีภูมิแพ้-ผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะชนิดที่มีผื่นบริเวณข้อพับศอก ข้อพับเข่า (atopic dermatitis/atopic eczema) เมื่อเล่นกีฬาเหงื่อออกมาก หรือแม้แต่โดนแดดมากก็อาจมีผื่นเห่อขึ้นได้ทำให้บางคนชอบเรียกว่า “แพ้เหงื่อ” ซึ่งที่จริงเราไม่แพ้เหงื่อตัวเอง แต่ผื่นลักษณะที่ว่านี้ ร้อนจัดก็เป็น หนาวจัดก็เห่อ แห้งมากก็คัน ชื้นมากก็ยุบยิบๆ อีก ผื่นผิวหนังอักเสบอีกชนิดหนึ่งซึ่งเห่อได้บ่อย เวลาโดนแดดมาก ๆ คือ seborrheic dermatitis ซึ่งในปัจจุบันคนทั่วไปเรียกย่อๆ ว่า “sebderm” ผื่นชนิดนี้มักอยู่บริเวณร่องข้างจมูก หว่างคิ้ว หน้าหู หลังหู และบางคนเป็นร่วมกับรังแค ผื่นที่หน้านั้นอาจเห่อมากขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดจัด ทำให้ผู้ป่วยบางรายได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคลูปัส หรือ “โรคพุ่มพวง” ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับแสงแดดโรคหนึ่ง
       
                 สุดท้ายคือ ผื่นชนิดอื่นๆ ในฤดูร้อนเราก็มักจะเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศกันบ่อยๆ เพื่อพักผ่อนท่องเที่ยวตามป่าเขา น้ำตก หรือทะเล เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสจะถูกแมลงต่างถิ่น สัตว์มีพิษในทะเล หรือต้นไม้ที่มียางต่างๆ ทำให้เกิดผื่นขึ้นได้ ผื่นต่างๆ ที่มีกับหน้าร้อนรวมทั้งภาวะเหงื่อออกมากนั้นรักษาได้ทั้งสิ้น และการรักษาที่ถูกต้องนั้นควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังเท่านั้น
  

ที่มา: สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย /ASTVผู้จัดการออนไลน์

ภาพประกอบจาก freedigitalphotos.net By imagerymajestic







Create your own banner at mybannermaker.com!








รักสุขภาพ : ข่าวสุขภาพ#บทความสุขภาพ#โรคน่ารู้#ลดความอ้วน#ลดน้ำหนัก#รักษาสิว#รักษาฝ้า#เบาหวาน#ความดัน#อาหารเสริม#ผิวขาว#กลูตาไธโอน#กาแฟลดน้ำหนัก#