อ่าน 980 ครั้ง
มะเร็งตับ
content/121.jpg
 

มะเร็งตับ เป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยและมักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

 

มะเร็งตับแบ่งออกเป็นสอง ชนิดได้แก่

1. มะเร็งตับแบบปฐมภูมิ คือ มะเร็งที่มีต้นกำเนิดที่ตับหรือท่อน้ำดี ได้แก่ มะเร็งของเซลล์ตับ (Hepatocellular carcinoma) ซึ่งเป็นชนิดที่พบมากที่สุด และ มะเร็งของท่อน้ำดีในตับ (Cholangio carcinoma)

 

2. มะเร็งตับที่เกิดจากการแพร่ของมะเร็งจากอวัยวะอื่นมาที่ตับ ซึ่งอาจแพร่มาจากอวัยวะส่วนใดก็ได เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ กระเพาะอาหาร เต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่ และอื่น ๆ

 

อาการที่บ่งบอกว่าอาจจะป่วยเป็นมะเร็งตับนั้น ในระยะแรก ๆ อาจไม่สามารถบ่งบอกได้ชัดเจน เนื่องจากมีอาการเพียงแค่เบื่ออาหาร แน่นท้องและท้องผูก แต่ถ้าหากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด และมีไข้ต่ำ ๆ จะต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้หากมีอาการปวดเสียดชายโครงด้านขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต ขาบวม และคลำพบก้อน ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโดยด่วน

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งตับ ได้แก่

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งทำให้เกิดภาวะตับแข็งและอาจกลายเป็นมะเร็งในที่สุด การได้รับสารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ขึ้นรา ได้แก่อาหารที่เป็นเมล็ดพืช เช่น ถั่ว ข้าวโพด พริกแห้ง ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี หรือแม้กระทั่งหอมและกระเทียม และนอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการได้รับสารเคมีหรือสารพิษอื่น ๆ ที่เป็นสารก่อมะเร็ง เช่น สารไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์จากพลาสติก หากร่างกายได้รับสารเคมีชนิดนี้ในปริมาณสูงเป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งได้  ส่วนปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งของท่อน้ำดีในตับ อาจมาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ เนื่องจากพยาธิเหล่านี้จะไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีในตับและก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดขึ้นจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคนิ่วในท่อน้ำดี โรคที่ก่อให้เกิดการอักเสบและทำให้ท่อน้ำดีตีบตัน เป็นต้น

 

การตรวจรักษา

1 ในขั้นแรกผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง และการตรวจอัลตราซาวน์ตับ และจากนั้นจะมีการตรวจเพิ่มทางรังสีวิทยาเพื่อให้แน่ใจมากขึ้น เช่น การเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT-Scan) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการฉีดสาร ส่องกล้องโดยการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าผู้ป่วยควรจะเข้ารับการวินิจฉัยด้วยวิธีใด นอกจากนี้ยังมีการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อเป็นการยืนยันและบ่งบอกชนิดของมะเร็งด้วย

2. เมื่อทราบชนิดของมะเร็งและระยะที่ลุกลามแล้ว แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้การรักษาอย่างไร ซึ่งการรักษาก็มีด้วยกันหลายวิธี เช่น การผ่าตัด การฉีดยาเข้าก้อนมะเร็งเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรงในผู้ป่วยระยะแรก การให้ยาเคมี หรือ ทำเคมีบำบัด หรือที่เรียกกันว่าทำคีโมเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย เพศ และวัยของผู้ป่วยด้วย

 

การป้องกันมะเร็งตับ

สำหรับการป้องกันมะเร็งตับ โดยเฉพาะที่มีสาเหตุจากอาหารนั้น สามาร ถทำได้โดยเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ปราศจากสารเคมี หากต้องการรับประทานผักหรือผลไม้สดให้ล้างให้สะอาดหลาย ๆ น้ำ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่แน่ใจว่าขึ้นราหรือไม่ ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบ หลู้ ก้อย ปลาร้าดิบ เพื่อหลีกเลี่ยงพยาธิโดยเฉพาะพยาธิใบไม้ในตับ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองที่ใส่สารเคมี หรือ สารกันบูด เป็นประจำ และควรดื่มน้ำสะอาดและออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

 

บทความโดย : รักสุขภาพดอทคอม Raksukkapap.com

ขอบคุณภาพประกอบจาก freedigitalphotos.net โดย dream designs

 







Create your own banner at mybannermaker.com!








รักสุขภาพ : ข่าวสุขภาพ#บทความสุขภาพ#โรคน่ารู้#ลดความอ้วน#ลดน้ำหนัก#รักษาสิว#รักษาฝ้า#เบาหวาน#ความดัน#อาหารเสริม#ผิวขาว#กลูตาไธโอน#กาแฟลดน้ำหนัก#